ฤดูเเห่งความหนาวเหน็บเวียนมาอีกครั้งสร้างความรู้สึกหดหู่ใจเเก่ปีศาจตาโตยิ่งนัก ความทรงจำต่างๆทุกฤดูหนาวที่เขาเคยผ่านมา ไม่ว่าร้าย ดี สนุกสนาน ทุกข์ เเต่มันก็สร้างความประทับใจเเก่เขาเป็นอย่างยิ่ง
**** ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปอย่างพลุกพล่าน ใครจะรู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องผู้คนเหล่านั้นจนทะลุปรุโปร่งถึงความคิดของพวกเขา บางคนก็คิดว่ามันช่างดีเหลือเกินที่สามารถหยั่งรู้จิตใจของผู้คนได้เพียงเเวบเดียวที่มองตาของอีกฝ่าย เเต่ปีศาจตาโตนั้นไม่เคยยินดียินร้ายกับความสามารถนี้ของตัวเองเลย
เพื่อนๆทุกคนของเขานั้น ต่างมีชีวิตอย่างเคย ราบเรียบปานกระดาษที่ไม่มีเเม้เเต่รอยยับจากการหยิบจับ ดูเเล้วเหมือนทุกอย่างจะมีความสุข อะไรๆก็โอเค ไปหมด ต่างจากเขา ที่ชีวิตโลดโผนกระโจนทุ่ง ปานกัปตัน jack sparrow บทบาทของตัวละครหนึ่งในหนังสือที่เขาปราบปลื้มเป็นที่สุด ทุกเรื่องที่เคยทำมาในชีวิต ทุกอย่างที่อยากทำ ปีศาจตาโตจะทำเกือบทั้งหมด เเม้ว่ามันจะเเสนเหนื่อยเเสนลำบาก
เเต่มันก็เป็นเพียงความลำบากในสายตาคนอื่นเท่านั้น เพราะปีศาจตาโตเองกลับรู้สึกว่า
" ยุ่งเหนื่อย มันยิ่งท้าทาย ยิ่งโหดร้าย มันยิ่งสร้างคาวมเข้มเเข็ง ยิ่งทุกข์ตอนนี้อาจจะสร้างความรู้สึกดีในวันหน้า"
นั่นตากหากที่ปีศาจตาโตเรียกว่าความสุขของชีวิต ครั้งนี้ก็เช่นเคย ผมกำลังมีความสุขกับการที่ระลึกได้ถึงบรรยากาศเเห่งความปีตินั้นอีกครั้งเมื่อลมหนาวมาเยือน เพราะความหนาวช่างเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เเสนประทับใจของเขา เขายังคงนั่งที่เดิมมองทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาพลางเเอบอ่านใจเขาไปทั่วว่าใครบ้างนะ ที่กำลังมีความรู้สึกแบบผม รู้สึกถึงความสุขเล็กๆจากความทรงจำก่อนๆ
เเต่ละคนสมองล้วนว่างเปล่า เพราะวันวันคิดเเต่ว่าความสบายดีเเล้ว ดีเเล้ว เเล้วพวกเขาเหล่านั้นก็สบายอย่างนั้นเรื่อยมาๆ จนไม่มีความประทับใจใดเลยที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้ จริงๆ
หากมีใครบางคนที่แอบอ่านใจผมอยู่ตอนนี้ ผมคงจะยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะความสุขนั้นผ่านไปถึงเขาคนนั้นด้วย ปีศาจตาโตพูดกับตัวเอง เขาเชื่อว่าบนโลกใบใหญ่นี้ต้องมีสักคนที่ เป็น เเละรู้สึกเหมือนปีศาจตาโต หนึ่งคนนั้นก็คงจะเป็นผมนี่เอง
บทความที่ได้รับความนิยม
วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553
อุปสรรค์มักสร้างคน
..........."ปีศาจตาโตๆๆๆๆๆ ตื่นได้เเล้ว" เสียงเเม่ของปีศาจตาโตปลุกให้ตื่น
ปีศาจตาโตรู้สึกเหมือน ลืมตาอย่างยากเย็นที่สดในโลกที่เคยลืมตามา
ความเหน็ดเหนื่อย จากเมื่อคืนทำเอาเขาหมดเรี่ยวเเรง เเม่ของปีศาจตาโตปลุกเค้าเช้ากว่าปกติเพราะจะใช้ให้ปีศาตตาโตไปทำงานช่วย
///////ระหว่างที่ปีศาจตาโตกำลังงัวเงียอยู่บนที่นอนอันเเสนสบาย เค้าก็พยายามนึกถึงเรื่องราวต่างๆของเมื่อคืนเเละเมื่อวาน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นร้าย ดี บ้าง เเพราะตอนนี้เค้าจำอะไรไม่ได้เลย
__เมื่อเขานึกออกเขาก็ตกลงไปในห้วงเเห่งความรู้สึกนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกผิดหวัง เศร้า ไร้หนทางเเก้ไขเพราะมันเกิดไปเเล้ว ผ่านไปเเล้ว ครั้นจะทำใจให้รับผลจากการกระทำนั้น ก็ยากนักที่จะมีเเรงใจใหม่ สิ่งที่ทำให้ปีศาจตาโตคิดมากขนาดนี้เนื่องจาก
ผลการสอบพลังสะกดจิตของเขาออกมาไม่น่าพอใจนัก จากการทุ่มเทฝึกฝนมาตั้งเเต่เขาอายุ 12 ขวบ เขาล้มเหลวกับการทดสอบมาหลายครั้งมาก เพื่อนๆทุกคนที่เคยฝึกฝนมาด้วยกัน ต่างก็พัฒนาฝีมือไปเรื่อย เเต่ปีศาจตาโตกลับย่ำอยู่ที่เดิมมานานมาก
จะไม่ให้เขาคิดมากได้อย่างไรกัน เขาพยายามหยัดยืนขึ้นมาทุกครั้งที่ล้ม ที่พ่ายเเพ้ เเละครั้งนี้ก็เช่นกัน จนเค้ารู้สึกว่า เค้าไม่เหมาะที่จะเป็นปีศาจตาเลย เพราะทุกคนที่เกิดมาเป็นปีศาจตา จะต้องมีพลังสะกิดจิตทุกคน ยกเว้นเเต่เพียงเค้า ล่ะมั้ง ? เพราะเค้าสอบตกทุกครั้งเลย
-------
-------เมื่อปีศาจตาโตระลึกได้ถึงเรื่องราวอันเจ็บปวดนี้ออก เขาก็เดินออกจากประตูห้องนอนไปสู่โลกกว้างที่เเสนจะเย็นชากับเขาเพื่ออยู่ต่อ ทำอะไรอะไรต่อไปอย่างหน้าโง่ๆ
เเม่เคยอกเสมอว่า "ยิ่งกำเเพงสูงเท่าไหร่ คนที่ข้ามผ่านไปได้ย่อมเป็นอัศวินที่เเข็งเกร่งกว่าใคร"
ปีศาจตาโตนึดถึงคำนี้เสมอ เพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจในการฝึกฝนตนเอง เพื่อที่จะเป็นปีศาจตาเต็มตัวจะได้ไม่ต้องให้เเม่ของเขาเหนื่อยหนัก ทำงานเลี้ยงดูเขาไปเรื่อยๆเช่นนี้
เเม้ตอนนี้เรี่ยวเเรงของปีศาจตาโตจะหมดไป กำลังใจก็ไม่เหลือ
เเต่........ร่างกายของเขายังคงขับเคลื่อนไปทุกๆวินาทีตราบจนถึงวันตาย
ดังนั้น..........มันก็จำเป็นที่เขาต้องทนต่อไป ทนกับโชคชะตา ทนกับกำเเพงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
"ทำไงได้ล่ะ ก็เราไม่โชตดีเหมือนคนอื่นเค้า" ปีศาจตาโตพูดประโยคนี้พลางผูกเชือกรองเท้าให้เเม่น เพื่อความมั่นใจว่าเท้าสองข้างนี้ของเค้าจะเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ---------
ปีศาจตาโตรู้สึกเหมือน ลืมตาอย่างยากเย็นที่สดในโลกที่เคยลืมตามา
ความเหน็ดเหนื่อย จากเมื่อคืนทำเอาเขาหมดเรี่ยวเเรง เเม่ของปีศาจตาโตปลุกเค้าเช้ากว่าปกติเพราะจะใช้ให้ปีศาตตาโตไปทำงานช่วย
///////ระหว่างที่ปีศาจตาโตกำลังงัวเงียอยู่บนที่นอนอันเเสนสบาย เค้าก็พยายามนึกถึงเรื่องราวต่างๆของเมื่อคืนเเละเมื่อวาน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นร้าย ดี บ้าง เเพราะตอนนี้เค้าจำอะไรไม่ได้เลย
__เมื่อเขานึกออกเขาก็ตกลงไปในห้วงเเห่งความรู้สึกนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกผิดหวัง เศร้า ไร้หนทางเเก้ไขเพราะมันเกิดไปเเล้ว ผ่านไปเเล้ว ครั้นจะทำใจให้รับผลจากการกระทำนั้น ก็ยากนักที่จะมีเเรงใจใหม่ สิ่งที่ทำให้ปีศาจตาโตคิดมากขนาดนี้เนื่องจาก
ผลการสอบพลังสะกดจิตของเขาออกมาไม่น่าพอใจนัก จากการทุ่มเทฝึกฝนมาตั้งเเต่เขาอายุ 12 ขวบ เขาล้มเหลวกับการทดสอบมาหลายครั้งมาก เพื่อนๆทุกคนที่เคยฝึกฝนมาด้วยกัน ต่างก็พัฒนาฝีมือไปเรื่อย เเต่ปีศาจตาโตกลับย่ำอยู่ที่เดิมมานานมาก
จะไม่ให้เขาคิดมากได้อย่างไรกัน เขาพยายามหยัดยืนขึ้นมาทุกครั้งที่ล้ม ที่พ่ายเเพ้ เเละครั้งนี้ก็เช่นกัน จนเค้ารู้สึกว่า เค้าไม่เหมาะที่จะเป็นปีศาจตาเลย เพราะทุกคนที่เกิดมาเป็นปีศาจตา จะต้องมีพลังสะกิดจิตทุกคน ยกเว้นเเต่เพียงเค้า ล่ะมั้ง ? เพราะเค้าสอบตกทุกครั้งเลย
-------
-------เมื่อปีศาจตาโตระลึกได้ถึงเรื่องราวอันเจ็บปวดนี้ออก เขาก็เดินออกจากประตูห้องนอนไปสู่โลกกว้างที่เเสนจะเย็นชากับเขาเพื่ออยู่ต่อ ทำอะไรอะไรต่อไปอย่างหน้าโง่ๆ
เเม่เคยอกเสมอว่า "ยิ่งกำเเพงสูงเท่าไหร่ คนที่ข้ามผ่านไปได้ย่อมเป็นอัศวินที่เเข็งเกร่งกว่าใคร"
ปีศาจตาโตนึดถึงคำนี้เสมอ เพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจในการฝึกฝนตนเอง เพื่อที่จะเป็นปีศาจตาเต็มตัวจะได้ไม่ต้องให้เเม่ของเขาเหนื่อยหนัก ทำงานเลี้ยงดูเขาไปเรื่อยๆเช่นนี้
เเม้ตอนนี้เรี่ยวเเรงของปีศาจตาโตจะหมดไป กำลังใจก็ไม่เหลือ
เเต่........ร่างกายของเขายังคงขับเคลื่อนไปทุกๆวินาทีตราบจนถึงวันตาย
ดังนั้น..........มันก็จำเป็นที่เขาต้องทนต่อไป ทนกับโชคชะตา ทนกับกำเเพงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
"ทำไงได้ล่ะ ก็เราไม่โชตดีเหมือนคนอื่นเค้า" ปีศาจตาโตพูดประโยคนี้พลางผูกเชือกรองเท้าให้เเม่น เพื่อความมั่นใจว่าเท้าสองข้างนี้ของเค้าจะเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ---------
วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สรรพสิ่งที่นิ่งเฉย---
ทุกสิ่งในโลกา ล้วนได้มาด้วยความยาก
ผู้ใดที่มักมาก ไอ้ความอยากก็มากมี
ฝันใฝ่ความสุขสม ชอบอารมณ์ความสุขขี
เกลียดสิ่งมาโจมตี ขี้เกียจหนีจะต่อกร
หากนิ่งอยู่กับที่ ชีวิตนี้คงสลอน
ฝันได้เเต่ยามนอน อยู่บนหมอนยามนิทรา
เริงรมเพียงชั่ววูบ ยามมันฟุบก็เหมือนหมา
นอนรอโชคชะตา มาเมตตาสงสารตน
หากสู้เเต่ทีเเรก คงไม่เเตกเเยกสับสน
คนเรามีตัวตน ใยต้องสนคนบงการ
ชีวิตคือชีวิต ต้องลิขิตอย่าพึงหมาน
ไม่ทำเหล่าการงาน อวสานการเป็นคน
คนดีก็ดีต่อ อย่าไปท้อพึงสับสน
คนชั่วไม่ดิ้นรน สักล้านหนไม่พ้นกรรม
ใคว่คว้ามาซึ่งรัก ให้เหนี่ยวหนักอย่าถลัม
รักกันบรรจงทำ ความดีล้ำเพื่อเติมใจ
เวลาพากาลเปลี่ยน หมุนเเละเวียนไปวันใหม่
อย่าคิดทิ้งหัวใจ จะเพื่อใครก็เพื่อตน
ผู้ใดที่มักมาก ไอ้ความอยากก็มากมี
ฝันใฝ่ความสุขสม ชอบอารมณ์ความสุขขี
เกลียดสิ่งมาโจมตี ขี้เกียจหนีจะต่อกร
หากนิ่งอยู่กับที่ ชีวิตนี้คงสลอน
ฝันได้เเต่ยามนอน อยู่บนหมอนยามนิทรา
เริงรมเพียงชั่ววูบ ยามมันฟุบก็เหมือนหมา
นอนรอโชคชะตา มาเมตตาสงสารตน
หากสู้เเต่ทีเเรก คงไม่เเตกเเยกสับสน
คนเรามีตัวตน ใยต้องสนคนบงการ
ชีวิตคือชีวิต ต้องลิขิตอย่าพึงหมาน
ไม่ทำเหล่าการงาน อวสานการเป็นคน
คนดีก็ดีต่อ อย่าไปท้อพึงสับสน
คนชั่วไม่ดิ้นรน สักล้านหนไม่พ้นกรรม
ใคว่คว้ามาซึ่งรัก ให้เหนี่ยวหนักอย่าถลัม
รักกันบรรจงทำ ความดีล้ำเพื่อเติมใจ
เวลาพากาลเปลี่ยน หมุนเเละเวียนไปวันใหม่
อย่าคิดทิ้งหัวใจ จะเพื่อใครก็เพื่อตน
วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553
มารในใจ
สัปดลใจตนหนอท้อเเท้จิต คนึงคิดจิตไตร่ตรองเฝ้ามองหา
เหตุไฉนใจร้อนรุ่มกลุ้มอุรา ถาวนาให้ข้าฝันพลันตื่นตัว
อยู่คนเดียวเเสนเปลี่ยวใจเพราะไร้รัก แต่ยุ่งนักหากมีรักมักปวดหัว
อยู่คนเดียวห่อเหี่ยวใจไม่รู้ตัว เเต่ก็กลัวหากจะรักมักจี่ใคร
คนดีดีนั้นก็มีเเต่หายาก เเต่ดีมากยากนักจะรักไหว
เขาคงเลือกคนดีกว่ามาคู่ใจ เราเป็นได้เเค่สายลมที่ตรมตรอม
ไม่ได้ขอคนดีพอให้มาสน ขอเเค่คนที่พอดีมีหวานหอม
ไม่หรูหราเลิศหล่อฉันก็ยอม เเค่เธอพร้อมจะเคียงข้างย่างก้าวไป
เหตุไฉนใจร้อนรุ่มกลุ้มอุรา ถาวนาให้ข้าฝันพลันตื่นตัว
อยู่คนเดียวเเสนเปลี่ยวใจเพราะไร้รัก แต่ยุ่งนักหากมีรักมักปวดหัว
อยู่คนเดียวห่อเหี่ยวใจไม่รู้ตัว เเต่ก็กลัวหากจะรักมักจี่ใคร
คนดีดีนั้นก็มีเเต่หายาก เเต่ดีมากยากนักจะรักไหว
เขาคงเลือกคนดีกว่ามาคู่ใจ เราเป็นได้เเค่สายลมที่ตรมตรอม
ไม่ได้ขอคนดีพอให้มาสน ขอเเค่คนที่พอดีมีหวานหอม
ไม่หรูหราเลิศหล่อฉันก็ยอม เเค่เธอพร้อมจะเคียงข้างย่างก้าวไป
เส้นบางๆที่ขวางโลก
.......บนเส้นทางที่เราทุกคนเดินอยู่ ล้วนไม่อยากให้มีใครมาบังคับเเละตั้งกฎเกณฑ์
ปีศาจตาโตก็เช่นกัน ไม่อยากให้ใครต่อใครมาวุ่นวายในเส้นทางชีวิตของเขาเอง
เขาเกิดมาอยู่ท่ามกลางฝูงชนคนธรรมดา ที่เรียบง่ายเเละซ้ำซาก ทุกวันๆของเขา มีอยู่ไม่กี่อย่างที่เขาทำเเล้วมีความสุข อะไรน่ะหรือ ? ความสุขของปีศาจตาโตก็คือการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆที่พานพบลงในสมุดเล่มโปรด เขาหวงเเหน รักมันมาก ราวกับว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นเป็นสหายคนเดียวของเขา
///// เเต่นั่นก็เป็นความจริง
ปีศาจตาโต เป็นเพื่อนกับปีศาจตาจิ๋ว เเละยังมีปีศาจประเภทอื่นด้วยนั่นคือ ปีศาจมือเเดง ปีศาจมือเขียว เเละปีศาจมือฟ้า
เราทั้งห้านั้นเป็นเพื่อนกัน ไปไหนไปด้วยกัน
เเต่เรื่องของเรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อ ปีศาจตาโต สนิทสนมเเละรู้สึกเล่นสนุกกับปีศาจมือทั้งสามซึ่งเป็นปีศาจคนละสายพันธ์มากกว่า
เเต่กะนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย เมื่อคำว่าเพื่อนเเม้คนละสายพันธ์พวกเค้าก็รักกันมาก
เเต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่ปีศาจตาโตคิดนั้นที่ว่าถูกมันกลับผิดในสายตาของปีศาจสายพันธ์เดียวกันอย่างปีศาจตาจิ๋ว
----ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้น ในวันนั้นนั่นเอง
อากาศครึ้มฟ้าครึ่มฝน ปีศาจตาจิ๋วเดินมาจากมุมนั้นของต้นไม้อย่างเคย เเล้วนั่งลงข้างๆปีศาจตาโตที่กำลังเพลินกับการจดบันทึกเล็กๆของเขา
ปีศาจตาโตเงยหน้ายิ้มให้ปีศาจตาจิ๋ว เเล้วพูดว่า" ตาจิ๋ว วันนี้มือทั้งสามชวนเราไปกินข้าวที่บ้านทุ่งไปมั้ย.
ปีศาจตาจิ๋วกลับมองหน้าของปีศาจ เเล้วบอกว่าไปไม่ได้
ปีศาจตาโตจึงบอกว่า " งั้นก็เหลือเราไปคนเดียสิ"
จะดีหรือตาโต เรากับมือทั้งสามเป็นคนละสายพันธ์นะเราจะไปถึงที่บ้านทุ่งของเค้าเลยหรือ หากเกิดอะไรขึ้นล่ะ จะทำยังไง " ปีศาจตาจิ๋วเอ่ย
ปีศาจตาโต ทำหน้างง พลางถามว่า "เกิดอะไรขึ้นนี่หมายความว่ายังไง"
ปีศาจตาจิ๊วบอกว่า "ก็ไม่รู้เเหละ ถึงเราจะเพื่อนกันเเต่ว่าการที่เราเข้าไปในถิ่นของมือทั้งสามนั้นมันก็ดูไม่ดีเเละปลอดภัยนักนะ"
ปีศาจตาโตอยากจะเบือนหน้าหนี เพราะคำคำนี้ ปีศาจตาจิ๋วพูดกรอกหูปีศาจตาโตอยู่เรื่อยมา
--------ปีศาจตาโตคิดในใจว่า ทำไมเรากับตาจิ๋วสายพันธ์เดียวกันเเท้ๆถึงได้เข้าใจกันยากกว่ามือทั้งสามที่ต่างสายพันธ์เสียอีก ?
///////////////// ปีศาจตาโตบอกปัดเพื่อนไปด้วยความใจเย็นที่สุดเเล้วลุกออกไปจากตรงนั้น เพราะไม่รู้จะอธิบายให้ตาจิ๋วเข้าใจในสิ่งที่ตาโตคิด เป็นอยู่ได้อย่างไร ในคนเราคิดไม่เหมือนกัน
เส้นบางๆที่เรียกว่าต่างกัน เเค่นั้นเองหรือที่ทำให้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามธรรมชาิิติ
ตาโตเเค่ต้องการอิสระในการตัดสินใจทำอะไร ในการคบเพื่อน ในการใช้ชีวิต เเต่ทำไมมักมีคำว่าขอบเขตมาขวางทางเสมอ ไม่มีใครเคยเข้าใจตาโตเลยว่า สิ่งที่เป็นขอบเขตนั้น มันเป็นเพียงจิตใต้สำนึกของเราสร้างขึ้นเอง หากเราใช้ชีวิตอยู่เเต่ในกรอบ เราจะมีความสุขจริงๆหรือ หากคุณเป็นอาจารย์ มีข้อห้ามว่าอย่าคบเด็กที่ตัวเองสอน เเต่ถ้าเค้าสองคนมีใจล่ะ คุณต้อฟังกฎเกณฑ์นั้นด้วยหรือ
ทำเเล้วสบายใจคนรอบข้างเเน่นอน เเต่คุณเองล่ะ สบายใจหหรือ?
หากคุณมัวเเต่เเคร์ความรู้สึกของคนรอบข้าง เเล้วใครจะเเคร์ความรู้สึกของคุณบ้างเหมือนอย่างที่คุณเเคร์เค้า
คำถามมากมาย วุ่นวายอยู่ในหัวของปีศาจตาโต
คงจะมีเพียงสมุดเล่มน้อย ที่เป็นมิตรสหายได้ดีที่สุดสำหรับเค้าจริงๆ
ผมคิดว่า ผมเป็นคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของปีศาจตาโตนะ
เพราะอะไรน่ะหรือ
ก็เพราะ ปีศาจตาโตคือผมเอง
ปีศาจตาโตก็เช่นกัน ไม่อยากให้ใครต่อใครมาวุ่นวายในเส้นทางชีวิตของเขาเอง
เขาเกิดมาอยู่ท่ามกลางฝูงชนคนธรรมดา ที่เรียบง่ายเเละซ้ำซาก ทุกวันๆของเขา มีอยู่ไม่กี่อย่างที่เขาทำเเล้วมีความสุข อะไรน่ะหรือ ? ความสุขของปีศาจตาโตก็คือการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆที่พานพบลงในสมุดเล่มโปรด เขาหวงเเหน รักมันมาก ราวกับว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นเป็นสหายคนเดียวของเขา
///// เเต่นั่นก็เป็นความจริง
ปีศาจตาโต เป็นเพื่อนกับปีศาจตาจิ๋ว เเละยังมีปีศาจประเภทอื่นด้วยนั่นคือ ปีศาจมือเเดง ปีศาจมือเขียว เเละปีศาจมือฟ้า
เราทั้งห้านั้นเป็นเพื่อนกัน ไปไหนไปด้วยกัน
เเต่เรื่องของเรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อ ปีศาจตาโต สนิทสนมเเละรู้สึกเล่นสนุกกับปีศาจมือทั้งสามซึ่งเป็นปีศาจคนละสายพันธ์มากกว่า
เเต่กะนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย เมื่อคำว่าเพื่อนเเม้คนละสายพันธ์พวกเค้าก็รักกันมาก
เเต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่ปีศาจตาโตคิดนั้นที่ว่าถูกมันกลับผิดในสายตาของปีศาจสายพันธ์เดียวกันอย่างปีศาจตาจิ๋ว
----ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้น ในวันนั้นนั่นเอง
อากาศครึ้มฟ้าครึ่มฝน ปีศาจตาจิ๋วเดินมาจากมุมนั้นของต้นไม้อย่างเคย เเล้วนั่งลงข้างๆปีศาจตาโตที่กำลังเพลินกับการจดบันทึกเล็กๆของเขา
ปีศาจตาโตเงยหน้ายิ้มให้ปีศาจตาจิ๋ว เเล้วพูดว่า" ตาจิ๋ว วันนี้มือทั้งสามชวนเราไปกินข้าวที่บ้านทุ่งไปมั้ย.
ปีศาจตาจิ๋วกลับมองหน้าของปีศาจ เเล้วบอกว่าไปไม่ได้
ปีศาจตาโตจึงบอกว่า " งั้นก็เหลือเราไปคนเดียสิ"
จะดีหรือตาโต เรากับมือทั้งสามเป็นคนละสายพันธ์นะเราจะไปถึงที่บ้านทุ่งของเค้าเลยหรือ หากเกิดอะไรขึ้นล่ะ จะทำยังไง " ปีศาจตาจิ๋วเอ่ย
ปีศาจตาโต ทำหน้างง พลางถามว่า "เกิดอะไรขึ้นนี่หมายความว่ายังไง"
ปีศาจตาจิ๊วบอกว่า "ก็ไม่รู้เเหละ ถึงเราจะเพื่อนกันเเต่ว่าการที่เราเข้าไปในถิ่นของมือทั้งสามนั้นมันก็ดูไม่ดีเเละปลอดภัยนักนะ"
ปีศาจตาโตอยากจะเบือนหน้าหนี เพราะคำคำนี้ ปีศาจตาจิ๋วพูดกรอกหูปีศาจตาโตอยู่เรื่อยมา
--------ปีศาจตาโตคิดในใจว่า ทำไมเรากับตาจิ๋วสายพันธ์เดียวกันเเท้ๆถึงได้เข้าใจกันยากกว่ามือทั้งสามที่ต่างสายพันธ์เสียอีก ?
///////////////// ปีศาจตาโตบอกปัดเพื่อนไปด้วยความใจเย็นที่สุดเเล้วลุกออกไปจากตรงนั้น เพราะไม่รู้จะอธิบายให้ตาจิ๋วเข้าใจในสิ่งที่ตาโตคิด เป็นอยู่ได้อย่างไร ในคนเราคิดไม่เหมือนกัน
เส้นบางๆที่เรียกว่าต่างกัน เเค่นั้นเองหรือที่ทำให้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามธรรมชาิิติ
ตาโตเเค่ต้องการอิสระในการตัดสินใจทำอะไร ในการคบเพื่อน ในการใช้ชีวิต เเต่ทำไมมักมีคำว่าขอบเขตมาขวางทางเสมอ ไม่มีใครเคยเข้าใจตาโตเลยว่า สิ่งที่เป็นขอบเขตนั้น มันเป็นเพียงจิตใต้สำนึกของเราสร้างขึ้นเอง หากเราใช้ชีวิตอยู่เเต่ในกรอบ เราจะมีความสุขจริงๆหรือ หากคุณเป็นอาจารย์ มีข้อห้ามว่าอย่าคบเด็กที่ตัวเองสอน เเต่ถ้าเค้าสองคนมีใจล่ะ คุณต้อฟังกฎเกณฑ์นั้นด้วยหรือ
ทำเเล้วสบายใจคนรอบข้างเเน่นอน เเต่คุณเองล่ะ สบายใจหหรือ?
หากคุณมัวเเต่เเคร์ความรู้สึกของคนรอบข้าง เเล้วใครจะเเคร์ความรู้สึกของคุณบ้างเหมือนอย่างที่คุณเเคร์เค้า
คำถามมากมาย วุ่นวายอยู่ในหัวของปีศาจตาโต
คงจะมีเพียงสมุดเล่มน้อย ที่เป็นมิตรสหายได้ดีที่สุดสำหรับเค้าจริงๆ
ผมคิดว่า ผมเป็นคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของปีศาจตาโตนะ
เพราะอะไรน่ะหรือ
ก็เพราะ ปีศาจตาโตคือผมเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)